มาแล้วครับผม มาอัพแล้วฮะ หลังจากห่างหายไปนานมั๊ก หุหุ นี่ก็ chapter 4 แล้วนะครับผม คงเหลืออีกตอนเดียวก็จะจบกับ series นี้แล้วล่ะครับ ๕๕๕ ยังไงก็ลุ้นกันหน่อยแล้วกันนะครับว่าจะเป็นยังไงต่อไป เหอะ ๆ ๆ ... ต่อกันเลยดีกว่าครับผม กับ "รักแท้แพ้ใกล้ชิด" chapter 4
.........................................................
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันซ้อมใหญ่ครับ พี่ชายผมไปส่งผมที่หอประชุมครับ ระหว่างทางก็แวะรับเธอครับ เช้านี้ถึงแม้ว่าจะง่วง แต่พอผมเห็นหน้าเธอแล้วมันหายง่วงไปเลยครับ
วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ ครับ ดูเธอน่ารักมากครับ เราไปถึงตั้งแต่ 6 โมงเช้าครับ ระหว่างที่รอเราก็แต่งตัวให้กันครับ (ชุดครุยนะครับ อย่าคิดมาก) เรา 2 คนกลับมาเป็นเหมือนเดิม และมีความสุขตามประสาเรา 2 คนแล้วครับ ตอนเข้าแถว เธอต้องไปอยู่ด้านหน้าครับก็เด็กเกียรตินิยมอันดับ 1 อ่ะนะ ส่วนผมก็เข้าแถวตามรหัสครับ ก็ผมมันเด็กเกลียดนิยมอ่ะนะครับ ก็เลยไม่ได้ไปเข้าแถวกับเธอ ![]()
วันนี้เราซ้อมกันจนถึงประมาณ 10 โมงกว่าครับ เสร็จแล้วต้องมีโปรแกรมไปถ่ายรูปรวมที่ major ต่อครับ ผมก็นัดพ่อแม่พี่ที่ major ครับ พอเราไปถึงก็ไปกินข้าวกันก่อนครับ
เธอรู้จักกับครอบครัวผมทุกคนแล้วครับก็เลยสบายหน่อย แล้วเราก็ไปถ่ายรูปกันต่อครับ มีความสุขดีครับวันนั้น ส่วนผมเป็นครั้งที่ 2 ที่จะได้เจอหน้าพ่อกะแม่ของเธอครับ ก็ไม่มีอะไรมากครับ เข้าไปทักทายกัน
พอถึงวันจริงผมก็ไปรับเธอเหมือนเดิมครับ วันนี้ดูเธอน่ารักอีกแล้วครับ แล้วเราก็ช่วยกันแต่งตัวอีกแล้ว พอรับเสร็จก็ออกมาจากหอประชุมครับ เจอพ่อแม่ของเธอก่อนครับ ก็ถ่ายรูปกันครับ แล้วเราก็แยกย้ายกัน ผมก็ไปถ่ายรูปกับพ่อแม่พี่ แล้วก็ญาติผมครับ สักพัก แม่ก็บอกว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แม่มีของขวัญจะให้ ผมก็เลยต้องโทรหาเธอแล้วก็ไปรับเธอมาครับ
ดีครับสนุกดีจากหอประชุมไปที่หน้ามอ ใส่ชุดครุยด้วย เหนื่อยแล้วก็ร้อนสุด ๆ แต่ก็ต้องยอมครับ
(เด๋วจะเล่าประสบการณ์ตอนรับปริญญาอีกทีแล้วกัน)
.............................................
ตอนเย็นผมมีเลี้ยงครับ พ่อกะแม่ให้ของขวัญเป็นแหวนนามสกุลครับ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าต้องใส่ข้างไหนครับ พอคิดได้ว่าตอนนี้เรามีเราแล้วผมก็เลยใส่นิ้วนางข้างซ้ายไว้ครับ เราใช้เวลาที่เหลืออีก 1 วันที่เชียงใหม่กับทางบ้านตัวเองครับ แต่แล้วก็ต้องมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมายกัน ตอนเที่ยงผมกำลังกินข้าวเที่ยงกับพ่อกะแม่ เธอก็โทรเข้ามาครับ
"ทำไรอยู่จ๊ะ" "กินข้าวกะพ่อกะแม่อยู่ อยู่ไหนจ๊ะเนี่ย" ![]()
"แอร์พอร์ท กำลังซื้อของฝากอยู่" "อ้าวเหรอ ตอนนี้จิมอยู่ที่แอร์พอร์ทเหมือนกัน กำลังกิน MK อยู่ แล้วต่ายอยู่ที่ไหนเหรอ"
"อยู่ที่ร้านขนมบ้านอาจารย์" "เหรอ งั้นเด๋วจิมลงไปหานะ มากินข้าวด้วยกันด้วย พ่อกะแม่ชวน" "จ๊ะ" ![]()
ผมลงไปหาเธอครับ เธอบอกว่ามากับพ่อแม่เหมือนกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกครับที่พ่อแม่เราทั้ง 2 คนเจอกันเป็นครั้งแรก
.................................................
วันที่เราต้องกลับกรุงเทพ เธอกลับพร้อมกับผมครับ ตอนอยู่บนรถ เธอถามผมครับ
"ได้ของขวัญเป็นแหวนเหรอ" "อือ..พ่อกะแม่ให้อ่ะ"
"แล้วทำไมต้องใส่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยล่ะ" "อ้าวแล้วจะให้จิมใส่นิ้วไหนล่ะ ก็มีอยู่นี่คนหนึ่งแล้วไง จะให้ใส่นิ้วอื่นได้ไงล่ะ" ![]()
"เหรอ" เธอยิ้มครับ.....ผมชอบเวลาเธอยิ้มมาก เธอเป็นคนมีลักยิ้มครับ เวลายิ้มแล้วน่ารักเจง ๆ
เย็นวันนั้นผมตัดสินใจขับรถไปส่งเธอที่ทำงานครับที่ตราด เย็นนั้นเธอมีอาการงอนเล็กน้อย เพราะผมบอกว่าเด๋วถ้าไปกินฟูจิเสร็จแล้วจะขับรถไปส่งทันที ปรากฏว่าเป็นความผิดของผมเองครับ เย็นนั้นกินซะเยอะ ก็บอกไปแล้วล่ะครับ ว่าถ้าเธอกินเหลือ ผมเนี่ยแหละครับที่ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นมันก็เลยอิ่มมาก ก็เลยขอนอนก่อน เพราะถ้าผมอิ่มแล้วมันจะง่วงครับ ไม่อยากขับรถทางไกลมันอันตราย ผมก็เลยบอกว่าเด๋วลุกขึ้นตี 2 ไปส่งแล้วกัน เธองอนเลยครับ ง้อยังงัยก็ไม่หาย แต่ยังงัยผมก็ขอนอนก่อน ไม่งั้นเด๋วถ้าขับรถไปอันตรายแน่ เธอก็เลยต้องยอมครับ แต่ก็ยังแอบงอนอยู่ดี ![]()
ผมขับรถไปส่งเธอตอนตี 2 ตามที่สัญญากับเธอไว้ ระหว่างทาง เธอไม่ยอมคุยกับผมเลยครับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมขับรถเร็วเหมือนกันครับ เธอก็ค้อนผม (ผมแอบมองเธอบ่อย ๆ) เกือบ ๆ ถึงตราด
"เหนื่อยป่ะ" "อือ...หายงอนแล้วเหรอ"
"หายงอนตั้งนานแล้ว แค่อยากลองใจดูแหละ" "เออนะ ไม่ยอมบอกเลย จะโกรธดีไม๊เนี่ย" ![]()
"ตามใจสิ" "ล้อเล่นน่า จะให้โกรธได้ไงล่ะครับ"
"พักก่อนก็ได้นะ เด๋วค่อยขับต่อ" "อือ อีกไกลป่ะ"
"ก็ไม่ไกลหรอก" "งั้นเด๋วไปถึงแล้วค่อยงีบก็ได้" "ตามใจ"
ดีใจครับที่เธอยังห่วงผมอยู่ หลังจากนั้นเธอก็ชวนผมคุยตลอดจนถึงที่ทำงานเธอครับ ผมไม่อยากให้ถึงเลยเพราะมันจะทำให้เวลาที่ผมได้อยู่กับเธอน้อยลง กว่าจะร่ำลากันได้ใช้เวลานานเหมือนกันครับ เพราะเราต่างก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่
.............................................ง
หลังจากนั้นมาเราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์อย่างเดียวครับถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เจอหน้ากัน แต่มันก็ทำให้เรามีความสุขมากครับ.....แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่อยากให้มันกลับมาอีกมันก็กลับมาอีกแล้วครับ อาการของการห่างเหินจากเธอเริ่มเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมจำได้ว่า ก่อนวันที่ 31 มีนา เรายังคงคุยกัน มีความสุขกัน แต่พอวันที่ 1 เมษา มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นแล้วครับ เธอเริ่มมีอาการไม่สนใจผมเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าเดิมครับ เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมเลย ผมพยายามที่จะโทรหาเธอ พยายามที่จะถามเธอว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เลย
หลังจากนั้นอีกประมาณเดือนหนึ่งผมโทรหาเธออีกครั้ง เธอรับสายครับ
"มีไรรึเปล่า ทำงานอยู่" "อือ ที่จริงก็มีอ่ะนะ แต่ไม่เป็นไร ทำงานต่อเหอะ" "มีไร...คุยมาก็ได้"
"อือต่ายเป็นไรรึเปล่าจิมโทรไปหาตั้งหลายครั้งแล้วไม่ยอมรับสาย โกรธไรป่ะเนี่ย" "เปล่า ไม่ได้โกรธไร พอดีทำงานอยู่ งานมันยุ่งอ่ะ ก็เลยไม่อยากรับ"
"แล้วไม่คิดจะโทรมาหาเลยเหรอ" "ก็มันไม่ว่าง จะให้ทำไงล่ะ ทำงานเสร็จก็เที่ยงคืนแล้ว เหนื่อยก็เหนื่อย"![]()
"เหรอ งั้นไม่เป็นไรจิมขอโทษแล้วกัน" "อือ" เราเงียบกันไปซักพักครับ
"ตกลงมีไรรึเปล่าเนี่ย มีไรก็บอกมาได้นะจิมคิดว่าคงไม่ใช่แค่เรื่องงานหรอก" "..........."
"ถามจริง ๆ เหอะ มีไรก็บอกสิครับ" เธอเงียบนานมากครับ "มันยังไม่ถึงเวลา"
"ทำไมล่ะ บอกตอนนี้ ตอนไหนก็เหมือนกัน" "..........." เราเงียบกันไปนานมากครับ ผมพยายามรวบรวมความกล้าที่จะถามเธอ
"ต่ายไม่รักจิมแล้วใช่ไม๊" "..........." ![]()
"ว่าไงล่ะต่ายไม่รักจิมแล้วเหรอ" "คงงั้นมั้ง"
ถึงตอนนี้หัวใจผมมันเหมือนจะหยุดเต้นไปแล้วครับ เหมือนกับผมไม่เหลืออะไรแล้ว
"จิมทำอะไรผิดล่ะต่ายบอกจิมมาสิจิมจะได้แก้ไข" "เปล่าจิมไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก"![]()
"อ้าว แล้วทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ" ".............."
ถึงตอนนี้แล้วน้ำตาผมมันมาจากไหนไม่รู้มากมาย มันไหลออกมาจนหมอนเปียกไปหมด
"มีอะไรอีกไม๊ แค่นี้ก่อนนะ"
ผมไม่สามารถตอบเธอได้ครับ ตอนนี้เหมือนมันมีอะไรจุกอก พูดไม่ออกครับ แล้วเธอก็วางหูไป คืนนั้นผมร้องไห้ทั้งคืน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเธอจะเป็นเหมือนผมรึเปล่า..............